มาตรการเปิดรับ ผู้เดินทาง เข้าประเทศ 1 พ.ย.64

ครม. เห็นชอบการเตรียมพร้อมสำหรับเปิดรับนักท่องเที่ยว ผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาต เช่น มาจากประเทศที่ได้รับการอนุญาตหรือมีหนังสือรับรอง และหลักฐานการลงทะเบียนการเดินทางที่ชัดเจน มีการตรวจยืนยันว่าไม่มีการติดเชื้อโควิดหลักฐานแสดงว่าได้รับวัคซีนครบ การชำระที่พัก รวมทั้งมีหลักฐานแสดงว่ามีกรมธรรม์หรือประกันภัยสุขภาพ ตามที่ ศบค.เสนอ โดยเปิดรับนักท่องเที่ยวแบบไม่กักตัว/ไม่จำกัดพื้นที่ ยึดหลักคนไทยปลอดภัยต่างชาติมั่นใจ เริ่ม 1 พ.ย. 2564

ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ

1. คนไทยและต่างชาติที่เดินทางจาก 45 ประเทศ + 1 เขตบริหารพิเศษ เข้ามาโดยไม่จำเป็นต้องมีการกักตัว และสามารถเดินทางได้ ทุกจังหวัด เงื่อนไขคือผู้ที่จะเดินทางจะต้องพำนักในประเทศที่กำหนด นั้น ๆ ต่อเนื่องอย่างน้อย 21 วัน ก่อนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ยกเว้นคนไทยหรือเดินทางออกจากประเทศไทย ซึ่งต้องมีการจองโรงแรม AQ 1 คืนระหว่างรอผลตรวจ RT-PCR 45 ประเทศ + 1 เขตบริหารพิเศษ ตามประกาศ ศปก.กต.ลงวันที่ 21 ต.ค. 2564 ได้แก่ ออสเตรเลีย ออสเตรีย บาห์เรน เบลเยียม ภูฏาน บรูไนดารุสซาลาม บัลแกเรีย กัมพูชา แคนาดา ชิลี จีน ไซปรัส สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น ไอร์แลนด์ อิสราเอล อิตาลี ลัตเวีย ลิทัวเนีย กรีซ ฮังการี ไอซ์แลนด์ มาเลเซีย มอลตา เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สิงคโปร์ สโลวีเนีย สาธารณรัฐเกาหลี สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และฮ่องกง

2.ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศไหนก็ได้ (กรณีที่ไม่เข้าเกณฑ์ในกลุ่มที่แรก) โดยใช้หลักการเดียวกับโปรแกรมแซนบ็อกซ์ (Sandbox) และต้องเดินทางเข้ามาในพื้นที่นำร่อง 17 จังหวัด (พื้นที่สีฟ้า) ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มมีการตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเดินทาง 72 ชั่วโมงด้วยวิธี RT-PCR และมีประกันสุขภาพอย่างน้อย 50,000 ยูเอสดอลลาร์ จองที่พัก 7 คืน ตามมาตรฐานและต้องเป็นโรงแรมที่อยู่ใน Sandbox area มีการตรวจหาเชื้อซ้ำในวันที่ 6 หรือ 7 สามารถเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่แซนด์บ็อกและเมื่อครบ 7 วันแล้ว จึงจะสามารถเดินทางไปยังพื้นที่อื่นได้พื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว (พื้นที่สีฟ้า) มี 17 จังหวัด ตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) ที่ 18 / 2564 ลงวันที่ 21 ต.ค.2564) ได้แก่1. กรุงเทพมหานคร2. จังหวัดกระบี่3. จังหวัดชลบุรี (เฉพาะอำเภอบางละมุง เมืองพัทยา อำเภอศรีราชา อำเภอเกาะสีชัง และอำเภอสัตหีบเฉพาะตำบลนาจอมเทียนและตำบลบางเสร่)4. จังหวัดเชียงใหม่ (เฉพาะอำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอดอยเต่า อำเภอแม่ริม และอำเภอแม่แตง)5. จังหวัดตราด (เฉพาะอำเภอเกาะช้าง)6. จังหวัดบุรีรัมย์ (เฉพาะอำเภอเมืองบุรีรัมย์)7. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (เฉพาะตำบลหัวหินและตำบลหนองแก)8. จังหวัดพังงา9. จังหวัดเพชรบุรี (เฉพาะเทศบาลเมืองชะอำ)10. จังหวัดภูเก็ต11. จังหวัดระนอง (เฉพาะเกาะพยาม)12. จังหวัดระยอง (เฉพาะเกาะเสม็ด)13. จังหวัดเลย (เฉพาะอำเภอเชียงคาน)14.จังหวัดสมุทรปราการ (เฉพาะบริเวณพื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ)15.จังหวัดสุราษฎร์ธานี (เฉพาะเกาะสมุย เกาะพงัน และเกาะเต่า)16. จังหวัดหนองคาย (เฉพาะอำเภอเมืองหนองคาย อำเภอสังคม อำเภอศรีเชียงใหม่ และ อำเภอท่าบ่อ)17.จังหวัดอุดรธานี (เฉพาะอำเภอเมืองอุดรธานี อำเภอบ้านดุง อำเภอกุมภวาปี อำเภอนายูง อำเภอหนองหาน และอำเภอประจักษ์ ศิลปาคม)

3.กรณีกลุ่มคนที่ไม่เข้าเกณฑ์ทั้ง 2 ประเภท เช่น คนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเลย หรือได้รับแล้วยังไม่ครบ สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ภายใต้เงื่อนไขการกักกัน ในสถานที่ที่ทางราชการกำหนด ทั้งสถานกักกันโรคที่รัฐจัดให้ (SQ) สถานกักกันโรคทางเลือก (AHQ) ที่จัดการโดยเอกชน สถานกักกันโรคของหน่วยงานหรือองค์กร (OQ) และสถานที่กักกันในส่วนของโรงพยาบาล (HQ) ซึ่งเป็นกลุ่มที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาล ซึ่งแต่ละกรณีจำเป็นต้องเข้ารับการกักตัวโดยจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน บางกลุ่มจะมีการกักตัว 7 -10 วันกลยุทธ์การเปิดประเทศอย่างปลอดภัย (Smart Entry) ดังกล่าวเบื้องต้นเน้นเฉพาะผู้ที่เดินทางเข้ามาทางอากาศ เพื่อสร้างประโยชน์ด้านเศรษฐกิจแก่ภาคธุรกิจ เอกชน ประชาชน ควบคู่กับการกำหนดมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวดพร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีเตรียมนำคณะรัฐมนตรี ประชุม ครม. สัญจร จังหวัดกระบี่ 15 – 16 พ.ย. 2564 เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว รองรับการเปิดประเทศอย่างปลอดภัย (Smart Entry) และมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ลงพื้นที่บริเวณจังหวัดหรืออำเภอโดยรอบกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล) เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐ พร้อมหารือ กับภาคธุรกิจ เอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ เพี่อส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ วัฒนธรรมสำหรับนโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาลในช่วงไตรมาสที่ 4/2564 นั้น ได้นำร่องเปิดประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งชาวต่างชาติอาจจะยังไม่เข้ามาท่องเที่ยวมากนัก ในขณะที่คนไทยได้ใช้ช่วงเวลานี้ในการท่องเที่ยวพักผ่อนถือเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศ และเป็นการเตรียมความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบที่จะส่งผลให้ไตรมาสที่ 1/2565 ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว(ไฮซีซั่น) ของไทยจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาจำนวนมาก

🎬ข่าวสารก้าวไกล รักษ์ถิ่นไทยอีสาน กดช่อง 11 ทีวีอีสาน🔰

🔰แอ๊ดไลน์ NBT 11 ทีวีอีสาน เพื่อติดตามข่าวสารและความช่วยเหลือต่างๆจากภาครัฐ

📌📌https://bit.ly/37iAUXg

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น